ทริปเดินป่าในกิจกรรมวันเดียวเที่ยวน้ำผุด

สวัสดีค่ะ

บล็อกใหม่วันนี้เป็นทริปที่สาวเพิ่งไปร่วมกิจกรรมมาเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา..

ทริปนี้เป็นทริปที่สาวรู้ก่อนวันจัดกิจกรรมเพียงวันเดียวจาก facebook ของพี่จอย เพื่อนสื่อในตรัง เป็นกิจกรรมที่อบต.น้ำผุดจัดขึ้นในชื่อ “กิจกรรมวันเดียวเที่ยวน้ำผุด”ด้วยความอยากไปเลยถามและหาข้อมูลจจากหลายที่ จนเจอในเว็บของอบต.น้ำผุด โชคดีที่ทางอบต.ให้เบอร์มือถือไว้ ไม่งั้นคงอดเพราะติดวันหยุดราชการ ในที่สุดสาวก็ได้ไปแบบเดี่ยวๆ (มั่นใจสุด ๆ ^^) งานนี้ฟรีค่าใช้จ่ายนะคะ

เริ่มกิจกรรมที่อบต.น้ำผุด เรานัดกันที่นี่ จากนั้นก็เดินทางไปชมพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทอง ต่อด้วยบ้านทุ่งนาเพื่อเดินป่า ต่อด้วยกิจกรรมล่องแก่งเขาหลัก ถ้ำมนุษย์โบราณ ปิดทริปด้วยน้ำตกเขาหลัก วันนี้สาวขอเปิดภาพด้วย กิจกรรมเดินป่า ที่บ้านทุ่งนากันก่อน พร้อมส่งงานตะพาบด้วย

จุดนัดพบ อบต.น้ำผุด

จากนั้นก็ลงทะเบียน พร้อมรับเสื้อ

พร้อมเสบียง ประกอบด้วยน้ำสองขวด ขนมหนึ่งชิ้น (ข้าวรับอีกครั้งนึง)

พร้อมแล้วก่อนเดินทางถ่ายรูปหมู่กันก่อน

วันนี้เราเดินทางด้วยรถบัสคันเล็กๆ ค่ะ เดินทางไปชมพระนอนทรงเทริดมโนราห์ที่วัดภูเขาทองก่อน อันนี้ขอข้ามไปก่อน

ข้ามมาถึงจุดเดินป่าตั้งต้นที่บ้านทุ่งนา การเดินป่าในครั้งนี้มีคณะรวม 120 คน ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร (พี่ป่าไม้บอก) นำทีมโดยนายกอบต.น้ำผุด และร่วมดูแลเราโดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยพิทักษ์ป่าปากแจ่ม

การเดินป่าครั้งนี้ถือเป็นไฮไลท์ของทริปที่สาวตั้งใจมามากเลย แม้วันที่ไปร่างกายไม่เต็มร้อยแต่สาวก็ฝืนไปเต็มที่ เพราะอยากร่วมกิจกรรมบวชป่า แถมเจอปัญหาคือรองเท้าพังอีก แต่โชคดีมาก มีพี่ในคณะมีรองเท้าสำรอง ทุกอย่างเลยผ่านไปได้ ทริปนี้สาวไปคนเดียวค่ะ ไปหาเพื่อนเอาข้างหน้า สิ่งที่ประทับใจคือ “น้ำใจ” ที่ทุกคนหยิบยื่นให้ แม้ไม่เคยรู้จักกัน หลายครั้งสาวเกือบล้ม เกือบเอาตัวไม่รอด แต่ก็จะได้รับความห่วงใย ใส่ใจจากหลายๆ คนในคณะ

เริ่มออกเดินทางเหมือนจะสบาย เจอดอกไม้สวยๆ

มาถึงการเริ่มเดินทางอย่างแท้จริง เจอจุดแรกขอถ่ายรูปแล้วเก็บกล้องก่อนเลย

ขาไปเราต้องเดินเลาะน้ำตกขึ้นไป ต้องระวังมาก ไปโดดๆ แบบสาวต้องไปพึ่งพาข้างหน้า โชคดีมาก ทุกคนน่ารัก คอยห่วงใยดูแล แม้จะเพิ่งเจอกันครั้งแรก

เดินไปประมาณ 500 เมตรก็ถงจุดพักจุดแรก คือ น้ำตกห้วยครก

ที่นี่เจ้าหน้าที่จะแจกเอกสารสำหรับกรอก และบันทึกถึงต้นไม้ และสัตว์ที่ได้เจอระหว่างทาง ใครเขียนได้เยอะสุดมีรางวัล

จากนั้นนายกอบต.น้ำผุด นายวิศาตร แสงศรีได้มาเล่าถึงที่มาโครงการ สำหรับวัตถุประสงค์หลักคือ การสร้างจิตสำนึกให้เกิดการรักษ์ป่า และรู้คุณค่าถึงป่าต้นน้ำ ที่เราได้กินได้อาศัย โดยป่าในพื้นที่น้ำผุด อยู่ในพื้นที่เทือกเขาบรรทัด ซึ่งถึงว่าเป็น ๑ ใน ๘ ป่าผืนสุดท้ายที่อุดมสมบูรณ์ของไทย

ต่อจากนั้นเป็นคิวของเจ้าหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ป่าฯ น้ำตกปากแจ่ม นำโดยนายเกรียงศักดิ์ ดีกล่อม ได้มาเล่าถึงที่มา และการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยาทแห่งชาติเขาปูเขาย่า โดยได้ขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดตรัง พัทลุง และนครศรีธรรมราช ฟังแล้วประทับใจมาก จิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่ามาเต็มๆ

ระหว่างฟังก็นั่งมองสายน้ำ

และผืนป่าไปด้วย

ก่อนเดินทางเราก็ได้รับแจกข้าว และเริ่มเดินทางต่อ

รอยเท้าของเสือปลา

การเดินทางค่อยข้างลำบาก หลายครั้งก็ลื่น แต่ก็มีเพื่อนๆ ในคณะช่วยดู นอกจากนี้ช่วงที่เราเดิน ถ้าเจอไม้ใหญ่ ทางพี่ที่มีจีวรที่ผ่านการทำพิธีสงฆ์ บวชป่าด้วย

ต้นที่สอง

มีหลายต้น แต่สาวถ่ายเท่าที่เจอ เพราะช่วงเดินต้องระวัง เลยเก็บภาพได้ไม่หมดค่ะ

เดินไปประมาณ 3.5 กิโลควน (เจ้าหน้าที่เรียกแบบนี้ ) ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนกลับ เราก็แวะกินข้าวกินที่นี่

อาหารเที่ยงของเราค่ะ

จุดนี้เป็นอีกจุดที่จะแยกย้ายกับชุดค้าง นายกอบต.น้ำผุด และพี่เจ้าหน้าที่ป่าม่าเลยกล่าวสรุปงาน

และถ่ายรูปหมู่ก่อนกลับ

จากนั้นเราก็กลับทางสบายขึ้น คือทางเขา ทีแรกก็นึกว่าจะสบาย ที่ไหนได้เหนื่อยไม่แพ้กัน และเก็งน้อยกว่านิดนึงเท่านั้นเอง

เถาวัลย์สวยๆ

ระหว่างทางได้รับความรู้มากมาย ได้รู้ว่าปลวกมีประโยชน์ต่อป่า พอไม้ล้มปลวกก็จะไปกินไม้ เพื่เปิดแสง พอแสงเปิดไม้เล็กๆ ก็จะโต ทึ่งมาก

สรุปแล้วเป็นทริปที่เหนื่อยสุดๆ และประทับใจสุดๆ เช่นกันค่ะ

ขอบคุณกิจกรรมดีดีจากอบต.น้ำผุด เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ขอบคุณที่แวะมา